นางสาวไอลีน บาร์บารอ

Year: 
2555
ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล
ชีวประวัติ: 

นางสาวไอลีน บาร์บารอ มารดาของการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของประเทศเมียนมาร์ เป็นแบบอย่างของการเป็นพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ที่ดี และเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

ประเทศ: 
สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์

นางสาวไอลีน บาร์บารอ เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผุงครรภ์ สำเร็จการศึกษาพยาบาล จากโรงพยาบาลทั่วไป เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ และ ประกาศนียบัตรการผดุงครรภ์ จากประเทศอังกฤษ โดยได้รับการรับรองให้ขึ้นทะเบียนเป็นพยาบาลผดุงครรภ์ของประเทศอังกฤษและเวลส์  จากนั้น ได้ศึกษาอบรมในหลักสูตรระยะสั้นในหลายสาขาวิชา ได้แก่ หลักสูตรหัวหน้าหอผู้ป่วย การบริหารจัดการ การเยี่ยมบ้าน การพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ การสอนและการบริหารการพยาบาล การพยาบาลชุมชน  ในประเทศอังกกฤษ ออสเตรเลีย และ สวีเดน

นางสาวบาร์บารอได้รับการยกย่องว่าเป็นมารดาของการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของประเทศเมียนมาร์ เป็นแบบอย่างของการเป็นพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ที่ดี และเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี จนทำให้วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

ภายหลังสำเร็จการศึกษาพยาบาล นางสาวบาร์บารอ เริ่มต้นทำงานเป็นพยาบาลประจำการ ที่โรงพยาบาลเด็ก เมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับเด็กแห่งแรกของประเทศเมียนมาร์
หลังจากปฏิบัติงานเป็นพยาบาลได้ 4 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการบริหารในระดับต่างๆ เริ่มจากการเป็นหัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้าฝ่ายพยาบาล และทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ นาน 40 ปี จนเกษียณอายุราชการ ภายหลังเกษียณอายุ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมพยาบาลและผดุงครรภ์แห่งประเทศเมียนมาร์ถึง 20 ปี เป็นหัวหน้าโครงการการดูแลสุขภาพที่บ้านและชุมชนถึง 8 ปี ปัจจุบันพำนักที่บ้าน และยังคงให้คำปรึกษาแก่พยาบาล ให้ความรู้และดูแลสุขภาพของเพื่อนบ้าน

นางสาว บาร์บอรา เป็นผู้บุกเบิกงานด้านการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ที่โรงพยาบาลเด็ก เมือง ย่างกุ้ง ได้ทำงานในหลายบทบาท ทั้งให้การพยาบาลเด็กเจ็บป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และในชุมชน สอนด้านสุขภาพ เป็นผู้ให้คำปรึกษา เป็นผู้เรียกร้องสิทธิให้ผู้ป่วย เป็นครูพยาบาล เป็นผู้บริหารและผู้จัดการ ซึ่งในทุกบทบาทได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มความรู้ความสามารถ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พยาบาล
 
นอกจากนี้นางสาวบาร์บอรา ยังได้ริเริ่มในการพัฒนาคุณภาพงานบริการอย่างจริงจัง เช่น จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเด็ก จัดทำคู่มือและแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยเด็กในเรื่องต่างๆ เช่น การป้องกันการติดเชื้อ การดูแลผู้ป่วยเด็กคลอดก่อนกำหนด การดูแลผู้ป่วยเด็กในห้อง ไอ ซี ยู เป็นต้น ส่งเสริมให้มารดามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเด็กขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จัดตั้งหน่วยการศึกษาพยาบาลในโรงพยาบาล เปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นทางการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ จัดทำแนวทางการจัดการและพัฒนาบุคลากร จัดให้มีระบบการติดตามและให้คำปรึกษาผู้ปฏิบัติงาน และริเริ่มให้มีการทำหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ เป็นเวลา 8 เดือนเป็นต้น เมื่อนางสาวบาร์บารอ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมวิชาชีพ และกุมารแพทย์ ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการและมีการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพงานบริการการพยาบาลผู้ป่วยเด็กเป็นอย่างสูง ผลงานของท่านทำให้บทบาทของพยาบาลกุมารเวชศาสตร์เป็นที่รู้จัก และมีการพัฒนาอย่างเป็นผลดียิ่ง

ในด้านการศึกษาพยาบาลเมื่อนางสาวบาร์บารอ นำคณะพยาบาลเข้าร่วมประชุมวิชาการที่ประเทศญี่ปุ่น ในปีพุทธศักราช 2526 ได้เข้าเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างศูนย์การสอนทางการพยาบาล  ในเมืองย่างกุ้ง ด้วยความพยายามของท่าน  องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนการสร้างศูนย์ดังกล่าว โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานสามปี และเมื่อแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2529 รัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบอาคารให้รัฐบาลเมียนมาร์ เพื่อเป็นศูนย์การสอนทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และในปีนั้นศูนย์ฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาพยาบาลและผดุงครรภ์ขึ้นเป็นครั้งแรก

นางสาว บาร์บารอ เห็นว่าการศึกษาพยาบาลเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพบริการวิชาชีพ พยาบาลจะมีศักยภาพได้จะต้องมีการศึกษาในระดับสูง การศึกษาพยาบาลควรมีการพัฒนาสู่ระดับปริญญาตรี (4 ปี) และควรจัดให้มีหลักสูตรระดับหลังอนุปริญญา (2 ปี) สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาพยาบาลระดับอนุปริญญาที่มีความสนใจจะศึกษาต่อเพื่อให้ได้วุฒิปริญญาตรี นอกจากนี้ ท่านยังเห็นว่าการศึกษาพยาบาลควรเป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในมหาวิทยาลัย จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับผู้นำในวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ มีการเจรจากับผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย และจัดทำกรอบนโยบาย และแผนการพัฒนาการศึกษาพยาบาล ซึ่งรวมถึงการยกระดับการศึกษาพยาบาลและการพัฒนาคุณวุฒิผู้สอนเสนอต่อรัฐบาล ในที่สุดรัฐบาลเห็นชอบให้มีการจัดการศึกษาพยาบาลในระดับปริญญาตรี และสถาปนาศูนย์การสอนทางการพยาบาล เป็น สถาบันการศึกษาพยาบาล ในปีพุทธศักราช 2534 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากไจก้า และต่อมา สถาบันนี้ได้รับยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยพยาบาลของเมืองย่างกุ้ง   องค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตระหนักในศักยภาพของมหาวิทยาลัยพยาบาลแห่งนี้ ในการที่จะสนับสนุนงานขององค์การอนามัยโลกในการพัฒนาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในประเทศเมียนมาร์และประเทศสมาชิกในภูมิภาค จึงได้แต่งตั้งให้มหาวิทยาลัยพยาบาลของเมืองย่างกุ้งเป็นศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกในการพัฒนาการพยาบาลและการผดุงครรภ์  ในปีพุทธศักราช 2547

ในส่วนของการพัฒนาวิชาชีพและสมาคมพยาบาล ภายหลังเกษียณอายุนางสาวบาร์บารอ ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมพยาบาลและผดุงครรภ์ถึง 20 ปี ได้ริเริ่มและดำเนินการในหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ยิ่งทั้งต่อสมาคม สมาชิก และวิชาชีพ อาทิ การขออนุมัติรัฐบาลในการจัดหาที่ตั้งและสร้างที่ทำการของสมาคม การจัดหาที่ดินและสร้างอาคารสำหรับพยาบาลที่เกษียณอายุที่ต้องการที่อยู่อาศัย ริเริ่มให้มีวันพยาบาลเกษียณอายุและพิธีคารวะผู้อาวุโส ซึ่งได้ถือปฏิบัติจนทุกวันนี้ การส่งเสริมให้พยาบาลเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ และพูดภาษาอังกฤษ  และได้ริเริ่มจัดสร้างที่พักพิงแก่หญิงอนาถาที่มาคลอด ซึ่งปัจจุบันบ้านพักแห่งนี้ ได้พัฒนาเป็นคลินิกการให้บริการสุขภาพมารดาและทารกในชุมชน มีผู้มาคลอดถึง 30-50 รายต่อเดือน มีผดุงครรภ์ทำงานเต็มเวลา 3 คน โดยมีการบริหารจัดการแบบชุมชนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับกำลังคนทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ซึ่งผลการศึกษาได้นำไปเป็นข้อมูลจัดทำแผนการพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขของประเทศ มีการจัดประชุม อบรมทั้งในระดับประเทศและรัฐ เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อเนื่องของพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และยังได้ผลักดันให้สมาคมพยาบาลเข้าไปเป็นสมาชิกของสภาการพยาบาลระหว่างประเทศ  ที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

  ด้านการพัฒนาสุขภาพชุมชน นางสาวบาร์บารอได้เป็นผู้จัดการโครงการการดูแลสุขภาพที่บ้านและชุมชน ร่วมกับองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ การดำเนินการได้ขยายจนครอบคลุม 35 เมืองทั่วประเทศ โครงการยังคงมีผู้ดำเนินการต่อเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โครงการนี้นอกจากจะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงการรักษาที่โรงพยาบาลกับบ้านและชุมชนแล้ว ยังทำให้มีการจ้างพยาบาลให้ทำงานในชุมชน โครงการดังกล่าวนี้ ได้รับความชื่นชมอย่างมากทั้งจากประชาชนทั่วไป และจากพยาบาลทั่วประเทศ

ด้วยความรักผูกพันและความภูมิใจในวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ นางสาวบาร์บารอ ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้จัดทำรางวัลไอลีน บาร์บารอขึ้น เพื่อยกย่องและเป็นกำลังใจแก่พยาบาลที่ปฏิบัติงานดีเด่นและมีจริยธรรมในประเทศเมียนมาร์  นอกจากนั้นยังได้อุปการะเด็กทารก และผู้ป่วยเด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือผู้ปกครองเสียชีวิต เป็นจำนวนรวม 20 คน โดยมีการอบรมเลี้ยงดูเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และส่งเสียให้เรียนหนังสือจนสำเร็จ หลายคนสามารถประกอบอาชีพ และเลี้ยงตัวเองได้ ปัจจุบันยังมีเด็กในความดูแลอยู่อีก 6 คน ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ที่มีเมตตาสูงมาก

โดยเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาวิชาชีพ นางสาว บาร์บารอ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของกรรมการที่ปรึกษาด้านการพยาบาลและผดุงครรภ์ ขององค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้เข้าร่วมประชุมในระดับนานาชาติ ในหลายวาระจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

เมื่อปีพุทธศักราช 2541 State Peace and Development Council ของประเทศสหภาพสาธารณรัฐเมียนมาร์ ได้มอบเหรียญรางวัลชั้นหนึ่ง Lu Hmu Htoo Chun Medal (First Level) ให้แก่ นางสาวบาร์บารอ ในฐานะที่เป็นบุคคลดีเด่นในการยกระดับมาตรฐานการพยาบาลและการอุทิศตนทำประโยชน์ต่อสังคม

นับว่า นางสาวบาร์บารอ  ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าและชื่อเสียงให้แก่วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในประเทศสหภาพสาธารณรัฐเมียนมาร์ เป็นอย่างมาก  คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในบรมราชูปถัมภ์จึงมีมติตัดสินให้นางสาวไอลีน บาร์บารอ  เป็นผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปีพุทธศักราช 2555